หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปรับรูปหน้า คุณภาพผิว กำจัดขน ทรีตเม้นท์ การหาสาเหตุภาวะน้ำหนักเกิน การรักษาภาวะน้ำหนักเกิน การหาสาเหตุและรักษาภาวะ "นอนหลับยาก"
โปรโมชั่น รีวิว บทความ ติดต่อเรา
LANGUAGE
JUVELOOK

Juvelook คืออะไร?

Juvelook คืออะไร? Collagen Biostimulator ฟื้นฟูคุณภาพผิว ลดหลุมสิว รูขุมขน และริ้วรอยจากภายใน

เมื่อคุณภาพผิวเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นรูขุมขนที่ดูกว้างขึ้น หลุมสิว ริ้วรอยเล็ก หรือผิวที่ไม่เรียบเนียน ปัญหาเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการลดลงของคอลลาเจนและโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนแปลงไป

Juvelook เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Collagen Biostimulator ที่ประกอบด้วย PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ร่วมกับ Non-crosslinked Hyaluronic Acid (HA) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในระยะแรก พร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเปลี่ยนแปลงในทันที แต่เป็นการช่วยให้คุณภาพผิวค่อย ๆ ดีขึ้นจากภายใน ทั้งความเรียบเนียน ความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของผิว

 

 

Juvelook มีกี่ชนิด?

 

Juvelook มีกี่ชนิด?

Juvelook มี 2 ชนิด

Juvelook
เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว เหมาะสำหรับดูแลหลุมสิว รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยเล็ก และผิวไม่เรียบเนียน

Juvelook Volume
ออกแบบสำหรับการฟื้นฟูการสูญเสียวอลลุ่มของใบหน้า พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว เหมาะกับบริเวณที่ต้องการการพยุงโครงสร้างมากขึ้น

การเลือกผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ตำแหน่งที่ต้องการรักษา และการประเมินของแพทย์ 

 

ฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย
Juvelook Volume

Juvelook Volume เป็น Hybrid Collagen Biostimulator ที่ผสาน Poly-D,L-Lactic Acid (PDLLA) และ Non-crosslinked Hyaluronic Acid (HA) เพื่อช่วยเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายในระยะยาว

แตกต่างจากการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว Juvelook Volume ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน เมื่อคอลลาเจนใหม่ค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้น ผิวจะมีความแน่น กระชับ และยืดหยุ่นมากขึ้น ผลลัพธ์จึงดูเป็นธรรมชาติและค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา ทั้งนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และตำแหน่งการรักษาควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์

 

ฟื้นฟูวอลลุ่มผิว คอลลาเจน

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ตำแหน่งที่รักษา และการประเมินของแพทย์

Juvelook ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
สิ่งที่ Juvelook ช่วยได้
รูขุมขนกว้าง
หลุมสิว
ริ้วรอยเล็ก
ผิวไม่เรียบเนียน
ผิวขาดความยืดหยุ่น

ผลลัพธ์ของ Juvelook

 

เวลา
เวลาทำหัตถการ
ประมาณ 30–45 นาที
ต้องทำกี่ครั้ง?
ระยะเวลาทำหัตถการ
แนะนำ 3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4–6 สัปดาห์
เริ่มเห็นผลเมื่อไร?
ผลลัพธ์
ภายในประมาณ 4–8 สัปดาห์

ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น

จุดเด่นของ Juvelook
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
  • ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน
  • ลดหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง
  • มี Hyaluronic Acid ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติ
  • สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ตามการประเมินของแพทย์

การดูแลหลังหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดนวดบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • งดการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า หรือความร้อนจัด 24–48 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ

 

01
หลีกเลี่ยงการสัมผัส
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดนวดบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
02
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและความร้อน
งดการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า หรือความร้อนจัด 24–48 ชั่วโมง
03
การดื่มน้ำ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
04
การบำรุงผิว
ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ

ข้อควรระวัง

อาจมีอาการบวม แดง รอยช้ำ หรือกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมมาก หรือมีสัญญาณของการติดเชื้อ ควรรีบกลับมาพบแพทย์

 

คำแนะนำจาก Enchant

ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

FAQ — สิ่งที่คุณอยากรู้

Juvelook ต่างจาก Juvelook Volume อย่างไร?
แม้ทั้งสองผลิตภัณฑ์จะอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator และมีส่วนประกอบหลักเป็น PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ร่วมกับ Hyaluronic Acid แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน Juvelook เหมาะสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพผิว เช่น รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอยเล็ก และผิวขาดความเรียบเนียน Juvelook Volume มีความเข้มข้นของ PDLLA สูงกว่าและมีอนุภาคขนาดใหญ่กว่า จึงเหมาะสำหรับการฟื้นฟูการสูญเสียวอลลุ่มของใบหน้า เช่น แก้มตอบ ขมับตอบ ร่องแก้ม และช่วยเสริมโครงสร้างใบหน้าไปพร้อมกับการกระตุ้นคอลลาเจน
Juvelook ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?
ฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid Filler) เน้นการเติมเต็มวอลลุ่มและช่วยให้เห็นผลได้ทันทีหลังฉีด ส่วน Juvelook เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ที่ช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ จึงเหมาะสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจน
Juvelook ต่างจาก Sculptra อย่างไร?
ทั้ง Juvelook และ Sculptra อยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator แต่มีสารสำคัญและข้อบ่งใช้ที่แตกต่างกัน Juvelook มีส่วนประกอบของ PDLLA และ Non-crosslinked Hyaluronic Acid จึงเหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิว ลดหลุมสิว รูขุมขน และริ้วรอยเล็ก Sculptra มีสารสำคัญคือ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งเน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวและช่วยแก้ปัญหาการสูญเสียคอลลาเจนจากวัย
Juvelook ต่างจาก Radiesse อย่างไร?
Juvelook และ Radiesse ต่างเป็น Collagen Biostimulator แต่มีคุณสมบัติเด่นต่างกัน Juvelook เหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิว เช่น หลุมสิว รูขุมขนกว้าง และผิวไม่เรียบเนียน Radiesse มีสารสำคัญคือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งช่วยทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมโครงสร้างผิว จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย สูญเสียวอลลุ่ม หรือกรอบหน้าไม่ชัด แพทย์จะเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล
ต้องทำกี่ครั้งจึงเห็นผล?
โดยทั่วไปแพทย์อาจแนะนำ 3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4–6 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ตำแหน่งที่รักษา และการประเมินของแพทย์
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของ Juvelook โดยทั่วไปสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การตอบสนองของร่างกาย และการดูแลหลังการรักษา
เจ็บหรือไม่?
ระหว่างการรักษาแพทย์อาจใช้ยาชาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยาชาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่สามารถทนต่อการรักษาได้ และอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
ต้องพักฟื้นหรือไม่?
Juvelook เป็นหัตถการที่โดยทั่วไป ไม่ต้องพักฟื้น หลังการรักษาอาจมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
สามารถทำร่วมกับเลเซอร์หรือหัตถการอื่นได้หรือไม่?
สามารถทำร่วมกับเลเซอร์หรือหัตถการอื่นได้ในบางกรณี เช่น การรักษาหลุมสิวหรือการฟื้นฟูคุณภาพผิว อย่างไรก็ตาม ลำดับและระยะเวลาระหว่างการรักษาควรได้รับการวางแผนโดยแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด